ปัญหารังแคแก้ได้


/data/content/26708/cms/e_chkrstyz2679.jpg

          ปัญหารังแค ที่พบเห็นตามคอเสื้อ หรือปกเสื้อจะดูแลและแก้ไขอย่างไร ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง ภาควิชาจิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะมาให้คำตอบ

ปกติหนังศีรษะคนเราจะมีเชื้อราในปริมาณที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหา แต่ในสภาวะที่หนังศีรษะมีรังแคมาก ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อราเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้หนังศีรษะอักเสบ ถ้ารุนแรงจะมีอาการแดงและมีรังแคเป็นเกร็ดใหญ่ขึ้นและเหลืองเป็นไข ซึ่งเป็นอาการของต่อมไขมันของหนังศีรษะอักเสบ และมักเกิดกับวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่

วิธีดูแลหนังศีรษะให้ห่างไกลจากรังแคนั้นไม่ยาก เริ่มต้นที่การดูแลเส้นผม ก่อนสระผมควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าทุกครั้ง เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออกไปก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะก่อน แล้วจึงชโลมแชมพูบนหนังศีรษะ นวดต่อไปจะช่วยถนอมเส้นผม หนังศีรษะ และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

ว่าแต่ท่านเคยทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ถ้าเคย ขอให้เลิกเถอะ เพื่อสุขภาพผมและหนังศีรษะที่สะอาด ไร้รังแค…

1.อย่าขยี้เส้นผมหรือเกาหนังศีรษะแรงๆ ขณะสระ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ จนนำมาสู่ปัญหารังแคและผมร่วงเรื้อรัง

/data/content/26708/cms/e_dfhoqruyz469.jpg

2.ไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดสระผม เพราะจะทำให้น้ำมันธรรมชาติถูกชะล้างออกมากไป หนังศีรษะแห้ง และยังทำให้เส้นผมกระด้างด้วย

3.หลังการสระผมทุกครั้งควรเป่าผมให้แห้งและไม่ใช้อุณหภูมิสูง เพื่อลดการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผม

4.อย่านอนหลับขณะที่ผมยังเปียกชื้น ซึ่งหากทำบ่อยเข้าความชื้นจะแพร่กระจายไปยังที่นอน หมอน และกลายเป็นเชื้อรามารังควานศีรษะในระยะยาวได้

5.อย่าปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะมันเพราะถ้าหนังศีรษะชื้นจะทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี ปัญหารังแคก็จะตามมา

6.หมั่นทำความสะอาดแปรงหรือหวีผมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ตกค้างอยู่ตามหวีและแปรงหลังจากหวีผม เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคที่จะกลับเข้าสู่เส้นผมและหนังศีรษะได้ดี ท้ายนี้รังแคยังอาจรังควานท่านได้ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความเครียด

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง โดย น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต




ลดน้ำหนักด้วยอาหารอิ่มนาน


  คุณผู้อ่านสังเกตไหมคะว่า อาหารบางประเภท รับประทานแล้วจะรู้สึกอิ่มอุ่นท้องไปหลายชั่วโมง ในขณะที่อาหารบางประเภท รับประทานแล้วอิ่มมาก แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานเท่าไรนัก ก็รู้สึกหิวใหม่อีกครั้ง

/data/content/26727/cms/e_ijlnqrtvxz19.jpg

ความแตกต่างนี้อธิบายได้จากทฤษฏีการให้คะแนนความอิ่มของอาหาร ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้ทำการวิจัยโดยนำอาหารที่คนรับประทานกันบ่อยๆ เกือบ 40 ชนิด เช่น ข้าว ขนมปัง ข้าวโอ๊ต ชีส ไข่ ถั่ว ผลไม้ต่างๆ ไอศครีม ฯลฯ มาให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานทีละชนิด โดยให้รับประทานในปริมาณที่ให้พลังงาน 240 กิโลแคลอรี่เท่ากัน

หลังจากนั้นจึงให้กลุ่มตัวอย่างนั่งรอเวลาไป 2 ชั่วโมง แล้ว จึงเอาอาหารอร่อยๆ มายั่วยวน เพื่อดูว่าจะรับประทานมากน้อยแค่ไหน ถ้ากลุ่มตัวอย่างรับประทานมาก แสดงว่า อาหารที่รับประทานไปในตอนแรก ไม่อยู่ท้อง ในทางตรงข้าม ถ้ารับประทานอาหารที่ 2 ชั่วโมงในปริมาณน้อย แสดงว่า อาหารที่รับประทานในตอนแรกอยู่ท้อง แล้วจึงนำผลที่วัดได้คำนวณออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า Satiety Index

ผลการวิจัยพบว่า อาหารที่ทำให้เราอิ่มได้นาน คืออาหารในกลุ่มโปรตีน เช่น ไข่ ถั่ว หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเนื้อปลาทำคะแนนได้สูงสุดในกลุ่มนี้ ตามมาด้วยอาหารในกลุ่มแป้งไม่ขัดขาว ซึ่งยังมีเส้นใยอาหารอยู่มาก เช่น พาสต้าโฮลวีท ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท ส่วนอาหารที่ได้แชมป์ความอิ่มนานสุดด้วยคะแนนนำลิ่วคือ มันฝรั่งต้ม (สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก อาจรับประทานมันฝรั่งต้มแทนข้าวได้ แต่ไม่ควรปรุงรสด้วยเนย ครีม ชีส)

สำหรับอาหารที่รับประทานไปได้ไม่เท่าไรก็หิวอีก ทำคะแนนความอิ่มได้ต่ำ คืออาหารในกลุ่มแป้งขัดขาวเช่น ครัวซองท์ เค้ก โดนัท ไอศครีม มูสลี ขนมปังขาว เฟรนช์ฟรายส์ คุ้กกี้ สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก จึงควรเลี่ยงอาหารในกลุ่มนี้

การลดน้ำหนักคือการเลิกคิดว่าจะลดน้ำหนัก เลิกตะบี้ตะบันอดอาหาร แต่เป็นการเลือกรับประทานอาหารอย่างคนผอม เน้นรับประทานอาหารที่อยู่ท้อง แคลอรี่ต่ำ วิตามินและสารอาหารสูง รับประทานอย่างมีสติ ร่วมกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ติดเป็นวิถีการใช้ชีวิต แล้วคุณจะผอมได้โดยไม่ต้องอดอาหาร

 

 

    ที่มา : พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ในชุดโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง” เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)




ควร‘ดื่มน้ำ’แค่ไหนเวลาออกกำลังกาย


/data/content/26775/cms/e_adehinqtw258.jpg

          หลายคนอาจเคยสงสัยว่า แค่ดื่มน้ำทำไมต้องทำให้ยุ่งยาก แต่ทำเป็นเล่นไป การดื่มน้ำให้เพียงพอและพอเพียงเวลาเราออกกำลังกายสำคัญ จะสำคัญยังไง เรามีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กัน

          นนท์ อัลภาชน์ หรือมิกกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท ของสหรัฐฯ สาขาฟิตเนส แอนด์ นิวทรีชั่น และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ECU Edith Cowan Universityสาขา Strength and Conditioning จากประเทศออสเตรเลีย บอกผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงการดื่มน้ำเวลาออกกำลังกายว่า

1.เคยได้ยิน สภาวะขาดน้ำ หรือการ dehydrate ไหม ? เราสามารถใช้วิธีการชั่งน้ำหนักตัว ก่อนและหลังออกกำลังกาย เพื่อดูว่าเราขาดน้ำไปเท่าไหร่ จากการออกกำลังนั้นๆ

2.สามารถวัดสภาวะขาดน้ำ ได้จากสีของปัสสาวะ-ถ้าสีใส หรือเหลืองอ่อนเบาๆ แสดงว่าเรา hydrate หรือไม่ขาดน้ำนั่นเอง-แต่ถ้าสีเหลืองเข้ม หรืออาจน้ำตาล แสดงว่าเราขาดน้ำ หรือ dehydrate-อย่าลืมว่า การทานอาหารเสริม วิตามิน B และ C อาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีได้

3.ก่อนออกกำลังประมาณ 2-3 ชม. เราควรดื่มน้ำประมาณ 500-600 มิลลิลิตร และก็ดื่มอีก 200-300 มิลลิลิตร ประมาณ 10-20 นาทีก่อนการออกกำลัง (ค่อยๆ จิบ ไม่ใช่อึกเดียวหมด)

4.ระหว่างเล่นเราก็ควรทานประมาณ 200-300 มิลลิลิตร ทุกๆ 10-20 นาที หรือประมาณ 600-1,200 มิลลิลิตร ต่อหนึ่งชั่วโมงของการออกกำลังนั้นๆ

5.หลังออกกำลังเสร็จก็ควรทานน้ำประมาณ 1,200-1,400 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว หนึ่งกิโลที่หายไปภายใน 2 ชม.หลังออกเสร็จ

6.สำหรับคนทั่วไปที่ออกกำลังประมาณ 1-2 ชม. แค่น้ำเปล่าก็เพียงพอครับ

7.แต่สำหรับคนที่ออกกำลังหนักๆ เป็นเวลา 3-5 ชม. ควรจะดื่มพวกน้ำที่ผสมเกลือแร่

8.ถ้าเราดื่มปริมาณน้ำที่เพียงพอและพอดี แค่นี้ก็ทำให้เราสามารถออกกำลังได้เต็มที่

 

  ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต




สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ


สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มล้างพิษ เชื่อเลยว่า คนที่รักสุขภาพหลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง น้ำมะนาวโซดา เป็นอันดับต้น ๆ ยิ่งในตอนนี้ มะนาวโซดา หรือมะนาวผสมโซดา กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตเลยทีเดียว เพราะมีความเชื่อว่า น้ำมะนาวผสมโซดา จะช่วยรักษามะเร็งได้ แต่ก็มีแพทย์ออกมาเตือนแล้วว่า น้ำมะนาวผสมโซดาไม่ได้ช่วยรักษามะเร็งแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นตัวก่อเซลล์มะเร็งได้เท่านั้นเอง

แต่ถึงแม้น้ำมะนาวโซดาแก้วนี้ จะไม่ได้ช่วยรักษาโรคมะเร็งอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ได้ แต่น้ำมะนาวโซดา สามาถช่วยล้างพิษ หรือดีท็อกซ์ได้นะจ๊ะ แต่ก็ต้องระวังให้มากหน่อยสำหรับผู้ที่เป็นโรคกะเพาะ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินอาหาร เพราะมะนาวและโซดามีฤทธิ์เป็นกรด อาจจะเข้าไปกัดกระเพาะเข้าได้ ควรจะดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอควรนะคะ

     เอาล่ะ มาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่ทำน้ำมะนาวผสมโซดาเพียว ๆ ไร้รสชาติใด ๆ ดื่มจนเบื่อ แล้วเกิดอยากจะลองทำน้ำมะนาวโซดาแบบมีรสชาติใหม่ ๆ ดื่มดูบ้าง วันนี้ กระปุกดอทคอม ก็มี 10 สูตรน้ำมะนาวโซดามาฝาก ที่ไม่ใช่แค่มะนาวกับโซดาเท่านั้น มาดูกันดีกว่าว่า จะมีสูตรไหนโดนใจกันบ้าง

1. น้ำมะนาวโซดา

ก่อนที่จะไปสนุกกับเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีน้ำมะนาวโซดาเป็นส่วนผสม ลองมาดูน้ำมะนาวโซดาแบบพื้นฐานกันก่อนเลย ว่าที่เขาฮิตดื่มกันเนี่ยมีส่วนผสมอะไรบ้าง

ส่วนผสม

 น้ำตาลทราย

 น้ำ

 น้ำมะนาวคั้น

 โซดา

 น้ำแข็ง

วิธีทำ

1. ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้

 2. ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว ตามด้วยน้ำเชื่อม น้ำมะนาว และโซดา คนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง พร้อมดื่ม

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

2. น้ำผึ้งมะนาวโซดา

น้ำผึ้งมะนาวโซดา น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคย สำหรับคนที่ไม่สามารถดื่มโซดาเพียว ๆ ได้น่าจะเหมาะ มีขายให้เราได้ซื้อมาดื่มกันอยู่บ่อย ๆ รสชาติหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ชุ่มคอดีเหลือเกิน แต่ใครที่อยากจะลองทำเองเพื่อให้มั่นใจว่า น้ำผึ้งที่ผสมลงไปนั้น แท้ 100% ก็ลงมือกันเลย

ส่วนผสม

 น้ำผึ้ง

 น้ำมะนาว

 โซดา

 น้ำแข็ง

 มะนาวฝานเป็นชิ้นบาง และใบสะระแหน่ สำหรับแต่ง

วิธีทำ

 ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง ตามด้วยโซดาแช่เย็นจัด แต่งด้วยมะนาวฝาน และใบสะระแหน่ พร้อมดื่ม

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ
ดูวิธีทำได้ที่ Completely Delicious

3. แตงโมมะนาวโซดา

เครื่องดื่มแก้วนี้จับแตงโมเนื้อหวานฉ่ำเข้ามาผสมกับมะนาวและโซดา เพิ่มหวานสดชื่นขึ้นอีกเป็นกอง แถมแตงโมมะนาวโซดาแก้วนี้ยังสามารถทำเป็นค็อกเทลได้ด้วยนะคะ แค่เติมวอดก้าลงไปอีกสักหน่อยก็ฟินแล้ว

ส่วนผสม

 แตงโมแกะเม็ด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 4 ถ้วย

 โซดาแช่เย็นจัด 2 ถ้วย

 น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

 น้ำ 1/4 ถ้วย

 น้ำมะนาวคั้น 1/4 ถ้วย (จากมะนาว 2 ลูก)

 เปลือกมะนาว 1 ลูก

วิธีทำ

 1. ใส่น้ำตาลทราย น้ำ น้ำมะนาวคั้น และเปลือกมะนาวลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

 2. ใส่เนื้อแตงโมลงปั่นในเครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด เทใส่เหยือก เติมน้ำเชื่อมมะนาว และโซดา คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

ดูวิธีทำได้ที่ Will Cook for Smiles

4. ราสป์เบอร์รีมะนาวโซดา

เอาใจคนที่ชอบเครื่องดื่มแบบเปรี้ยวจี๊ด คงจะต้องยกให้ ราสป์เบอร์รีมะนาวโซดา แก้วนี้เลย แถมสีสันยังสดใส เหมาะจะทำเป็นเครื่องดื่มต้อนรับหน้าร้อนสุด ๆ

ส่วนผสม

 ราสป์เบอร์รีสด 450 กรัม

 น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

 มะนาว 2 ลูก

 น้ำ 1/3 ถ้วย

 โซดา

วิธีทำ

 1. ทำน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รี โดยใส่ราสป์เบอร์รีสด และน้ำตาลทรายลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนผสมให้เข้ากันพอนิ่ม จากนั้นขูดผิวมะนาวใส่ลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว ใช้ช้อนค่อย ๆ บดเนื้อราสป์เบอร์รีจนละเอียด เติมน้ำลงไป เคี่ยวส่วนผสมประมาณ 5-7 นาที จนส่วนผสมใส และเหนียว ยกลงกรองผ่านตะแกรง เอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้

 2. ใส่โซดาลงในแก้ว ประมาณ 3/4 แก้ว เติมน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รีลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

5. เลมอนมินต์ม็อกเทล

เครื่องดื่มแก้วนี้น่าจะสร้างความสดชื่นได้ดีทีเดียว ที่นอกจากจะได้รสชาติเปรี้ยวซ่าจากเลมอนและโซดาแล้ว ยังได้กลิ่นมินต์หอมจาก ๆ จากใบสะระแหน่อีกด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ใช้มะนาวโดยตรง แต่คุณประโยชน์ไม่แพ้กันแน่ ๆ

ส่วนผสม

 เลมอนเหลือง 1 ลูก

 ใบสะระแหน่ (เด็ดเป็นใบ)

 น้ำเชื่อม

 น้ำแข็ง

 โซดา

วิธีทำ

 1. หั่นเลมอนเหลืองเป็นชิ้น ๆ บีบน้ำเลมอนลงในอ่างผสมพร้อมเปลือก ตามด้วยใส่ใบสะระแหน่ลงไป จากนั้นใช้ไม้ บดส่วนผสมให้เข้ากัน

 2. เทส่วนผสมเฉพาะของเหลวลงในเชคเกอร์ ใส่น้ำแข็งตามลงไปแล้วเขย่าให้เข้ากัน เทส่วนผสมใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ ประมาณ 1/2 แก้ว ตามด้วยโซดาจนเกือบเต็ม ใส่เลมอนเหลืองฝานเป็นชิ้นบางลงในแก้ว แต่งใบสะระแหน่ให้สวยงาม พร้อมดื่ม

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

ดูวิธีทำได้ที่ Jen’s Favorite Cookies

6. เกรปฟรุตมะนาวโซดา

เครื่องดื่มแก้วนี้สีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวจี๊ดถึงใจ แถมยังหอมกลิ่นจากเกรปฟรุต มะนาว และเลมอนด้วย ที่นอกจากจะสดชื่นแล้ว ยังผ่อนคลายเบา ๆ อีกด้วยนะจ๊ะ

ส่วนผสม

 เกรปฟรุต 3 ลูก

 เลมอน 2 ลูก

 มะนาว 1 ลูก

 โซดากลิ่นมะนาว 4 ถ้วย

วิธีทำ

 1. คั้นน้ำเกรปฟรุต น้ำเลมอน และน้ำมะนาว จากนั้นเทใส่แก้ว คนผสมให้เข้ากัน นำเข้าแช่เย็น เตรียมไว้

 2. ใส่น้ำผลไม้ลงในแก้ว ตามด้วยโซดา คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

7. น้ำขิงมะนาวโซดา

น้ำขิงมะนาวโซดาแก้วนี้ เป็นเครื่องดื่มล้างพิษที่จะช่วยเรียกคืนความสดชื่นให้กับร่างกายที่หนักแอลกอฮอล์ ยิ่งถ้าใครชอบกินขิง รสชาติเผ็ดร้อนอยู่แล้วก็น่าจะถูกอกถูกใจไม่น้อยเลยล่ะ

ส่วนผสม

 ขิงขูดละเอียด 3/4 ถ้วย (หรือประมาณ 4 ออนซ์)

 น้ำมะนาว 1 ถ้วย

 น้ำ 1 ถ้วย

 น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

 น้ำแข็ง

 โซดาแช่เย็นจัด

วิธีทำ

 1. ทำน้ำเชื่อมโดย นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลทรายและน้ำ คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายเป็นน้ำเชื่อม หรือนานประมาณ 2 นาที ยกลงจากเตา

 2. ใส่ขิงขูดลงในน้ำเชื่อมร้อน ๆ คนผสมให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนขิงเข้ากันดีกับน้ำเชื่อม

 3. หลังจากครบเวลา เติมน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากัน ยกลงกรองผ่านกระชอนหรือตะแกรงเอาเฉพาะน้ำ จากนั้นเทน้ำขิงมะนาวใส่แก้วที่มีน้ำแข็งประมาณ 2/3 แก้ว ตามด้วยโซดาจนเต็มแก้ว พร้อมดื่ม

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

ดูวิธีทำได้ที่ Peanut Butter and Peppers

8. เชอร์รีมะนาวโซดา

เชอร์รีมะนาวโซดาแก้วนี้อาจจะสะดวกสำหรับคนที่หาซื้อผลเชอร์รีสด ๆ ไม่ได้ แถมยังใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอีกด้วย ดีต่อสุขภาพจริง ๆ

ส่วนผสม

 น้ำเชอร์รี 100% 1/3 ถ้วย

 น้ำมะนาว 1/4 ช้อนชา

 สารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1 ซอง

 โซดา

 น้ำแข็ง

วิธีทำ

 ผสมน้ำเชอร์รี น้ำมะนาว และน้ำตาลเทียม คนผสมให้เข้ากัน เทลงแก้ว ตามด้วยน้ำแข็ง และโซดา คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

9. น้ำอ้อยมะนาวโซดา

ใครจะไปเชื่อว่า น้ำอ้อยบ้าน ๆ เนี่ย จะสามารถมาผสมรวมกับน้ำมะนาวและโซดา ออกมาเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าแต่รสชาติจะเป็นอย่างไร ก็ต้องลองกันสักหน่อยแล้ว เป็นสูตรเด็ดมาจากนิตยสาร Health & Cuisine

ส่วนผสม

 น้ำอ้อยคั้นสด 3 ถ้วย

 เลมอนหั่นซีก 2 ซีก

 โซดา 1/2 ถ้วย

 น้ำแข็งตามชอบ

วิธีทำ

 บีบเลมอนใส่ลงในน้ำอ้อย คนผสมห้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งและเปลือกเลมอนที่เหลือลงแก้ว รินน้ำอ้อยลงไป ตามด้วยโซดา พร้อมเสิร์ฟ

สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ

ดูวิธีทำได้ที่ Baked Bree

10. ชามะนาวโซดา

เอาใจคนที่ชอบดื่มชามะนาวด้วยการเติมโซดาลงไปให้สดชื่นยิ่งขึ้น แถมยังได้กลิ่นมินต์หอม ๆ จากใบสะระแหน่อีกด้วย

ส่วนผสม

 น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วย

 น้ำ 2/3 ถ้วย

 ใบสะระแหน่ เด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย

 ชาสำเร็จรูปสำหรับชงดื่ม ตามชอบ 8 ซอง

 น้ำมะนาวคั้น 1/4 ถ้วย

 โซดา

 น้ำแข็ง

วิธีทำ

 1. ทำน้ำเชื่อมกลิ่นมินต์ โดยใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ใส่ใบสะระแหน่ คนผสมจนเป็นน้ำเชื่อม และมีกลิ่นมินต์ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น กรองเอาใบสะระแหน่ออก เตรียมไว้

 2. ใส่น้ำร้อนจัดลงในถ้วย ใส่ชาสำเร็จรูปลงในถ้วย รอจนชาเปลี่ยนสี ประมาณ 3 นาที

 3. ผสมน้ำเชื่อมกับน้ำชา และน้ำมะนาว ใส่มะนาวฝานบาง และใบสะระแหน่เล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเติมโซดาลงไป ชิมรสตามชอบ เทใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

ว้าว เครื่องดื่มล้างพิษที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาวโซดาแต่ละเมนูน่าดื่มทั้งนั้นเลย ใครที่รักสุขภาพ หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มอร่อย ๆ ใหม่ ๆ ก็ลองเข้ามาจดสูตรกันได้เลยค่ะ




10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้


10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

น้ำดีท็อกซ์ (Detox Water) เคยลองกันหรือยัง ? บอกเลยว่า ดีจริง ๆ ดื่มแล้วลดพุงก็ได้ลดไขมันก็ดี แถมยังอร่อยอีกด้วย ว่าแต่น้ำดีท็อกนี่คืออะไร ดียังไง ต้องตามมาดู !

น้ำดีท็อกซ์ (Detox Water) เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในต่างประเทศ น้ำดีท็อกซ์เป็นเครื่องดื่มที่มีวิตามินสูงมาก เพราะเป็นการนำผลไม้ ผัก และสมุนไพรที่มีประโยชน์ไปหมักกับน้ำก่อนนำมาดื่ม ส่วนมากจะนิยมใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ผลไม้ในตระกูลเบอร์รี เลมอน มะนาว เกรปฟรุ๊ต แตงโม เป็นต้น (ถ้าเป็นในต่างประเทศจะนิยมใช้น้ำแร่) ซึ่งเราสามารถเลือกผักและผลไม้ที่เราชอบได้ตามใจ แถมยังมีสรรพคุณแฝงในการช่วยขับไขมันหน้าท้องออกมาได้อีกด้วย

   เอาล่ะ ! หนุ่ม ๆ สาว ๆ คนไหนต้องการดื่มเครื่องดื่มดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพเก๋ ๆ แบบนี้ กดระปุกดอทคอมมี 10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพมาฝาก ตามมาดูกันให้ไวเลยจ้า

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Budget Savvy Diva

1. น้ำดีท็อกซ์สูตรลดพุง

สำหรับใครที่อยากมีหุ่นดีมีหน้าท้องแบนราบต้องลองสูตรน้ำดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพสูตรลดพุงแก้วนี้เลย มีส่วนผสมของใบโหระพา นอกจากจะช่วยให้น้ำดีท็อกซ์มีกลิ่นหอมแล้ว โหระพายังมีสรรพคุณช่วยในการขับไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย มีส่วนผสมแตงกวาที่จะช่วยให้คุณสดชื่น สตอร์เบอร์รีที่ช่วยเพิ่มสีสันและรสชาติ แถมยังช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารอีกด้วย

ส่วนผสม

น้ำ

ใบโหระพาสับหยาบ 3 ใบ

สตรอว์เบอร์รีสไลซ์ 1 ลูก

แตงกวาสไลซ์  3-5 ชิ้น

น้ำแข็ง

วิธีทำ

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโหลแก้ว หมักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ A Sweet Simple Life

2. น้ำดีท็อกซ์เพื่อหน้าท้องแบนราบ

น้ำดีท็อกซ์อีกหนึ่งสูตรที่จะมาทำให้หน้าท้องสวยแบนราบ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า น้ำเลมอนหรือน้ำมะนาวผสมกับน้ำเป็นเครื่องดื่มดีท็อกซ์แบบธรรมชาติ จะช่วยกำจัดและชะล้างขอเสียออกจากร่างกายผ่านการขับถ่ายนั่นเอง แถมยังได้รับความสดชื่นจากแตงกวา และได้กลิ่นหอม ๆ จากใบสะระแหน่อีกด้วย

ส่วนผสม

เลมอนสไลซ์ 2 ลูก

แตงกวาสไลซ์ 1/2 ลูก

ใบสะระแหน่เด็ดเป็นใบ 10 – 12 ใบ

น้ำ 3/4 ถ้วย

วิธีทำ

ใส่เลมอนสไลซ์ แตงกวาสไลซ์ และใบสะระแหน่ลงในโหลแก้ว ตามด้วยน้ำ จากนั้นนำไปแช่เย็นหมักทิ้งไว้ 8 ชั่วโมงหรือข้ามคืนก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Raining Hot Coupons

3. น้ำดีท็อกซ์ควบคุมน้ำหนัก

สำหรับคนที่อยากดื่มเครื่องดื่มสักหนึ่งแก้วแต่ต้องการควบคุมน้ำหนัก รับรองว่า น้ำดีท็อกซ์สูตรนี้ได้ผลแน่นอน เพราะมีส่วนผสมของขิงที่มีคุณประโยชน์ในเรื่องของการลดระดับไขมันในเส้นเลือด ใบสะระแหน่จะช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ในเลมอนมีวิตามินซีสูงและยังสามารถช่วยขับสารพิษออกจากตับได้ แถมยังได้ความสดชื่นจากแตงกวาอีกด้วย

ส่วนผสม

น้ำ 1/2 ถ้วย

เลมอนสไลซ์  1 ลูก

แตงกวาสไลซ์  1 ลูก

ขิงขูด 1 ช้อนโต๊ะ

มะนาวสไลซ์  1 ลูก

ใบสะระแหน่ 10 – 15 ใบ

วิธีทำ

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโหลแก้ว คนผสมพอเข้ากัน จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Budget Savvy Diva

4. น้ำดีท็อกซ์เกรปฟรุ๊ต

หากสูตรที่แล้วคุณไม่ค่อยปลื้มกับกลิ่นของขิง ลองมาดูน้ำดีท็อกซ์สูตรนี้ที่จะใส่เกรปฟรุ๊ตเข้ามาเพื่อเพิ่มความหอมและเพิ่มรสชาติความหวานเล็ก ๆ แทน แต่ประโยชน์ก็ยังมากเท่าเดิม

ส่วนผสม

เลมอน 2 ชิ้น

มะนาว 2 ชิ้น

เกรปฟรุ๊ต 1 ชิ้น

แตงกวาสไลซ์

ใบสะระแหน่สับ 6 ใบ

น้ำแข็ง

น้ำ

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งลงในโหลแก้ว ตามด้วยน้ำประมาณ 3/4 ของขวดโหล จากนั้นใส่เลมอน มะนาว เกรปฟรุ๊ต แตงกวา และใบสะระแหน่ลงไป คนผสมให้เข้ากัน พักทิ้งไว้อย่างน้อย 5 นาทีก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Stock Piling Moms

5. น้ำดีท็อกซ์เลมอน แตงกวา และใบสะระแหน่

น้ำดีท็อกซ์สูตรง่าย ๆ เพียงแค่คุณมีเลมอน แตงกวา และใบสะระแหน่เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำน้ำดีท็อกซ์ง่าย ๆ ดื่มได้แล้ว แถมยังช่วยลดพุงและขับของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย

ส่วนผสม

น้ำ 1 แกลลอน (ประมาณ 4.5 ลิตร)

เลมอนสไลซ์ 1 ลูก

แตงกวาสไลซ์ 1/2 ชิ้น

ใบสะระแหน่เด็ดเป็นใบ 10 ใบ

วิธีทำ

เติมน้ำลงในโหลแก้ว ใส่เลมอน แตงกวา และใบสะระแหน่งลงไป นำไปแช่เย็นหมักทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Budget Savvy Diva

6. น้ำดีท็อกซ์ช่วยระบบการย่อยอาหาร

น้ำดีท็อกซฺสูตรนี้โดดเด่นในการช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น จากส่วนผสมสุดดเจ๋งอย่างขิง เลมอน และใบสะระแหน่

ส่วนผสม

น้ำแข็ง

น้ำ

ใบสะระแหน่สับ 3 ใบ

เลมอนสไลซ์ 3 ชิ้น

ขิง 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งลงในโหลแก้ว ตามด้วยน้ำประมาณ 3/4 ของขวดโหล จากนั้นใส่เลมอน ขิง และใบสะระแหน่ลงไป จนเต็มแก้ว คนผสมให้เข้ากัน พักทิ้งไว้อย่างน้อย 5 นาที ก่อนดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Back to Her Roots

7. น้ำดีท็อกซ์สตรอว์เบอร์รี

รับรองว่าสูตรน้ำสุขภาพนี้ต้องถูกใจใครหลาย ๆ คนกับ เพราะมีสตรอว์เบอร์รีเป็นส่วนผสมที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับน้ำดีท็อกซ์แก้วนี้มากยิ่งขึ้น

ส่วนผสม

สตรอว์เบอร์รีสไลซ์ 1 ถ้วย

แตงกวาสไลซ์ 1 ถ้วย

มะนาวสไลซ์ 2 ลูก

ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย

น้ำแข็ง

น้ำ

วิธีทำ

ใส่น้ำลงในโหลแก้วประมาณ 1/2 โหล (หรือประมาณ 1/2 ถ้วย) ตามด้วยสตรอว์เบอร์รี แตงกวา มะนาว และใบสะระแหน่ สุดท้ายใส่น้ำแข็งลงไปจนเต็มโหล นำไปแช่เย็นหมักไว้อย่างน้อย 10 นาที ก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Dudget Savvy Siva

8. น้ำดีท็อกซ์แตงโมเพื่อหน้าท้องที่แบนราบ

ผ่านน้ำดีท็อกซ์สูตรเปรี้ยว ๆ มาก็หลายสูตรแล้ว เปลี่ยนมาเป็นน้ำดีท็อกซ์ที่ให้รสชาติหวานจากธรรมชาติอย่างแตงโมกันบ้างดีกว่า แถมแตงโมยังสามารถช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย แถมสูตรนี้ยังสามารถใช้โซดาแทนน้ำเปล่าได้ นั่นยิ่งจะทำให้การขับสารพิษออกจากร่างกายทวีคูณยิ่งขึ้น

ส่วนผสม

เนื้อแตงโมหั่นเต๋า แช่แข็ง 1/2 ถ้วย

ใบสะระแหน่ 10 ใบ

น้ำ หรือโซดา

วิธีทำ

ใส่เนื้อแตงโมหั่นเต๋าและใบสะระแหน่ ลงในโหลแก้ว ตามด้วยน้ำจนเต็ม นำไปแช่เย็นหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาทีก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ Spend with Pennies

9. น้ำดีท็อกซ์ช่วยเผาผลาญ

อีกหนึ่งสูตรที่จะทำให้คุณมีรูปร่างที่ดีขึ้นและมีร่างกายแข็งแรง เพราะส่วนประกอบในสูตรนี้เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นขิงที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายหรือแตงกวาที่มีส่วนประกอบของวิตามินเอ,ซี และบีที่จะช่วยรักษาสมดุลในร่างกายได้ดี

ส่วนผสม

ส้มสไลซ์ 1 ลูก

มะนาวสไลซ์ 1 ลูก

เลมอนสไลซ์ 1 ลูก

แตงกวาสไลซ์ 1/2 ลูก

ขิงสไลซ์ 3 ชิ้น

ใบสะระแหน่ 25 ใบ

น้ำแข็ง 4-6 ถ้วย

น้ำ

วิธีทำ

ใส่ส้ม มะนาว เลมอน แตงกวา ขิง ใบสะระแหน่ และน้ำแข็งเป็นชั้น ๆ ลงในโหลแก้ว จากนั้นเทน้ำตามลงไปจนเต็ม แช่เย็นทิ้งไว้ประมาณ 45 นาทีก่อนนำมาดื่ม

 

10 สูตรน้ำดีท็อกซ์ เครื่องดื่มอินเทรนด์ สีสันสดใสได้สุขภาพ
ดูวิธีทำได้ที่ เฟซบุ๊ก Rin Silpachai

10.น้ำดีท็อกซ์สูตรวิตามินซี

น้ำดีท็อกซ์สูตรนี้มีวิตามินซีสูง ทั้งจากเลมอน มะนาว ส้ม และสตรอว์เบอร์รี่ที่ไม่ใช่แค่มาเพิ่มวิตามินซีในน้ำดีท็อกซ์แก้วนี้เท่านั้น สตอว์เบอร์รียังเข้าเพิ่มรสชาติที่หวานขึ้นและสีสันที่สดใสอีกด้วย

ส่วนผสม

เลมอน 1 ลูก

มะนาว 1-2 ลูก

ส้ม 1 ลูก

แตงกวาลูกใหญ่ 1/2 ลูก

ใบสะระแหน่ 1 กำมือ

สตรอว์เบอร์รี 1/2 ถ้วย

น้ำกรองสะอาด 12 ถ้วย

วิธีทำ

1. ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด  สไลซ์เป็นชิ้นบาง ๆ เตรียมไว้

2. เรียงส่วนผสมทั้งหมดลงในเหยือก เทน้ำตามลงไปจนเต็ม นำไปแช่เย็นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง

      น้ำดีท็อกซ์เหล่านี้ที่มีส่วนผสมของผลไม้นานาชนิดที่เป็นของโปรดของใครต่อหลายคน คงจะทำให้น้ำดีท็อกซ์มีรสชาติที่อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ถ้ายังไงก็ลองนำสูตรพวกนี้ไปใช้กันดูนะคะ

 




สมูทตี้คลายเครียด เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจิต


สมูทตี้คลายเครียด เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจิต
สมูทตี้คลายเครียด เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจิต
 
เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
           จะว่าไป เครื่องดื่มอินเทรนด์อย่างสมูทตี้นี่ก็เป็นเมนูโปรดที่หลาย ๆ คนนิยมดื่มกันตลอดทั้งปี ต่อให้ไม่ใช่หน้าร้อนก็เห็นคนถือแก้วสมูทตี้ยกขึ้นมาดื่มกันเต็มไปหมด ก็คงเพราะรสชาติอร่อย มีให้เลือกหลายอย่าง ที่สำคัญมีประโยชน์ด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีสูตรสมูทตี้เพื่อสุขภาพอีกหนึ่งแก้วมาฝาก มีส่วนผสมของกล้วย อินทผลัม แอปริคอต และเมล็ดทานตะวัน จากนิตยสาร Health & Cuisine ที่สามารถดื่มคลายเครียดและช่วยทำให้สุขภาพจิตดีด้วย

สมูทตี้อารมณ์ดี ยิ้มหวาน (Health & Cuisine)
เรื่องและสูตร : เป็นเอก ทรัพย์สิน, ภาพ : จีรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร, สไตล์ : จารุนันท์ ศรีทองนาก
           การทำงานทุกวันนี้ต้องรีบร้อนไปเสียทุกอย่าง ทำให้เราเกิดสภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัว ฉบับนี้เลยปรุงเครื่องดื่มเย็น ๆ คลายร้อนและคลายเครียด ดื่มแล้วทำให้สุขภาพจิตดีอย่าง “สมูทตี้กล้วย อินทผลัม แอปริคอต และเมล็ดทานตะวัน” แก้วนี้มาฝากกัน
           กล้วยและเมล็ดทานตะวันมีสารทริปโตเฟน ซึ่งสมองจะเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน มีคุณสมบัติในการควบคุมอารมณ์ให้คงที่ ทำให้หลับสบาย ผสานกับวิตามินบีรวมและแมกนีเซียมจากอินทผลัม และแอปริคอต ทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มพลังงานให้รู้สึกตื่นตัว สามารถเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้อย่างดี
 ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 5 นาที ปรุง 10 นาที
 
         โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 250 กรัม
           กล้วยหอมสุก 2 ผล
           อินทผลัมแกะเอาเมล็ดออก 2 ผล
           แอปริคอตแห้งหั่นหยาบ 2 ผล
           น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
           เมล็ดทานตะวันอบสุกสำหรับแต่งหน้าเล็กน้อย
 วิธีทำ
 
           ปั่นส่วนผสมทุกอย่าง (ยกเว้นเมล็ดทานตะวัน) ด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนเนียนละเอียด เทใส่แก้ว โรยด้วยเมล็ดทานตะวันก่อนเสิร์ฟ
           ใครที่กำลังเครียด ๆ เหนื่อย ๆ ก็ลองนำสูตรสมูทตี้คลายเครียดแก้วนี้ไปทำดื่มกันดูนะคะ อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย แต่ยังดีกว่ากินยาแก้เครียดนะคะ



น้ำฟักข้าว เครื่องดื่มสุขภาพสุดฮิต ทำอย่างไร ดื่มแบบไหนให้อร่อย


น้ำฟักข้าว เครื่องดื่มสุขภาพสุดฮิต ทำอย่างไร ดื่มแบบไหนให้อร่อย
น้ำฟักข้าว เครื่องดื่มสุขภาพสุดฮิต ทำอย่างไร ดื่มแบบไหนให้อร่อย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

หลายคนรู้ว่า ฟักข้าวลูกสีส้ม ๆ เหลือง ๆ หน้าตาประหลาด ๆ นำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ แต่เชื่อเลยว่าหลายคนไม่รู้วิธีทำน้ำฟักข้าวแน่ ๆ และไม่รู้ว่าจะดื่มน้ำฟักข้าวแบบไหนให้อร่อย รสไม่ปะแล่ม ๆ วันนี้เรามีคำตอบ

น้ำฟักข้าวกำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างมากเรียกว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ฮอตฮิตในตอนนี้เลยก็ว่าได้ แต่เชื่อเลยว่า หลายคนมีลูกฟักข้าวอยู่ในมือแต่ไม่รู้วิธีที่จะจัดการให้ลูกฟักข้าวกลายเป็นเครื่องดื่มอร่อย ๆ ได้อย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีทำน้ำฟักข้าวมาฝาก ลองมาดูกันซิว่า ฟักข้าวต้องผสมกับอะไรถึงจะดื่มแล้วอร่อย รสชาติไม่ปะแล่ม ๆ ไม่จืดชืด และชวนดื่มมากขึ้น

แต่ก่อนที่จะไปทำน้ำฟักข้าวดื่มกันนั้น เรามาดูสรรพคุณเด็ด ๆ ของลูกฟักข้าวกันสักนิด ฟักข้าว พืชพื้นบ้านที่หน้าตาประหลาด ๆ ลูกนี้มีประโยชน์แจ๋วทีเดียว ทั้งงวิตามินซี แคลเซียม เหล็ก ไฟเบอร์ และที่เด็ดก็คือ ในฟักข้าวมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก สูงกว่าแครอทถึง 10 เท่าเชียว และยังมีการวิจัยกล่าวไว้ว่า เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมีต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

 1. น้ำฟักข้าว (แบบไม่ผสม)

น้ำฟักข้าวสูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดื่มคุณประโยชน์จากผลฟักข้าวแบบเต็ม ๆ แก้ว ได้รสชาติแท้ ๆ และกลิ่นของฟักข้าวชนิดที่เรียกว่า 100% เลยทีเดียว

 ส่วนผสม

ฟักข้าว 1 ลูก

น้ำต้มสุก 3 ถ้วย

เกลือป่น เล็กน้อย

น้ำเชื่อม ตามชอบ

วิธีทำ

1. ผ่าครึ่งลูกฟักข้าว คว้านเอาเม็ดออก จากนั้นปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

2. ใส่เนื้อฟักข้าวลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นตามชอบ คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

2. น้ำฟักข้าวเสาวรส

น้ำฟักข้าวสูตรนี้จะเพิ่มกลิ่นหอม ๆ และรสชาติเปรี้ยว ๆ จากเสาวรสเข้าไป ซึ่งจะได้รสชาติที่กลมกล่อมชวนดื่มมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญประโยชน์จะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน

 ส่วนผสม

ฟักข้าว 1 ลูก

น้ำต้มสุก (สำหรับปั่นฟักข้าว) 3 ถ้วย

เสาวรส 2-3 ลูก

น้ำต้มสุก (สำหรับปั่นเสาวรส) 3 ถ้วย

เกลือป่นเล็กน้อย

น้ำเชื่อม

วิธีทำ

1. ผ่าครึ่งลูกฟักข้าว คว้านเอาเม็ดออก จากนั้นปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

2. ใส่เนื้อฟักข้าวลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เทใส่ภาชนะ เตรียมไว้

3. ตักเนื้อเสาวรสใส่ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำ

4. ผสมน้ำฟักข้าวและน้ำเสาวรสเข้าด้วยกัน เติมเกลือป่นและน้ำเชื่อมลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ พร้อมดื่ม

3. น้ำฟักข้าวผสมน้ำส้ม

น้ำฟักข้าวสูตรนี้เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวกสบายขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องปั่นเสาวรสอีกรอบแล้วนำมาผสม แต่จะใช้น้ำส้มแบบกล่องมาผสมลงไปเลย ง่าย ๆ แต่ได้ประโยชน์ครบ

 ส่วนผสม

ฟักข้าว 1 ลูก

น้ำต้มสุก (สำหรับปั่นฟักข้าว) 3 ถ้วย

น้ำส้มแบบกล่อง 100%

เกลือป่นเล็กน้อย

น้ำเชื่อม

วิธีทำ

1. ผ่าครึ่งลูกฟักข้าว คว้านเอาเม็ดออก จากนั้นปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

2. ใส่เนื้อฟักข้าวลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เทใส่ภาชนะ เตรียมไว้

3. ผสมน้ำฟักข้าวและน้ำส้มเข้าด้วยกัน เติมเกลือป่นและน้ำเชื่อมลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ พร้อมดื่ม

    ทั้งหมดนี้ก็เป็น 3 สูตรน้ำฟักข้าวแบบโฮมเมดที่คุณก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ คราวนี้ใครถือลูกฟักข้าวมาฝากจากต่างจังหวัดก็ไม่ต้องมัวแต่มานั่งมองเจ้าลูกประหลาด ๆ แล้วรอให้เน่าทิ้ง เสียดายของ !




เปาะเปี๊ยะทอด ของว่างกรอบอร่อย ทำง่าย ๆ


เปาะเปี๊ยะทอด
เปาะเปี๊ยะทอด ของว่างกรอบอร่อย ทำง่าย ๆ 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
            เชื่อว่า เปาะเปี๊ยะทอด น่าจะเป็นนอาหารว่างสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ทอดกรอบ ๆ กินกับน้ำจิ่้มอร่อย ๆ แถมยังหาซื้อมากินก็ง่าย แต่รู้หรือเปล่าว่า ทำเปาะเปี๊ยะทอดกินเองก็ง่ายพอ ๆ กัน วัตถุดิบที่ใช้ก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น ใครที่สนใจก็รีบไปซื้อวัถุดิบแล้วชมคลิปวิดีโอสาธิตการทำเปาะเปี๊ยะทอดง่าย ๆ กันได้เลยจ้า

ส่วนผสม
เปาะเปี๊ยะทอด
ส่วนผสม
         กระหล่ำปลี
           น้ำสำหรับรวนหมู
           หมูสับ
           เกลือป่น
           พริกไทยป่น
           แครอทซอย
           ซีอิ๊วขาว
           ซอสถั่วเหลือง
           ซอสหอยนางรม
           น้ำตาลทราย
           แป้งข้าวโพดละลายน้ำ
           ไข่ไก่
           แป้งเปาะเปี๊ยะ
           วุ้นเส้น
           น้ำมันพืชสำหรับทอด
           น้ำจิ้มไก่
           มะเขือเทศหั่นเป็นแว่นและต้นหอมสำหรับแต่ง
 วิธีทำ
เปาะเปี๊ยะทอด
           ซอยกะหล่ำปลีเป็นเส้น ๆ เตรียมไว้
เปาะเปี๊ยะทอด
           ใส่น้ำลงในกระทะเล็กน้อย ใส่หมูลงไป ปรุงรสด้วยเกลือป่นและพริกไทยป่น รวนจนหมูสุก ตักขึ้นใส่ถ้วย เตรียมไว้
เปาะเปี๊ยะทอด
           ใส่กะหล่ำปลีและแครอทซอยลงผัดในกระทะพอสุก
เปาะเปี๊ยะทอด
           ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ผัดให้เข้ากัน
เปาะเปี๊ยะทอด
เปาะเปี๊ยะทอด
           ใส่วุ้นเส้นสดลงผัด ตามด้วยหมูที่รวนไว้ ผัดให้เข้ากัน ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้
เปาะเปี๊ยะทอด
           ตีไข่ไก่พอเข้ากัน เตรียมไว้สำหรับทาแป้งเปาะเปี๊ยะ
เปาะเปี๊ยะทอด
           ตักส่วนผสมไส้วางลงบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ
เปาะเปี๊ยะทอด
           ค่อย ๆ ห่อแป้ง
เปาะเปี๊ยะทอด
           ทาไข่ไก่ที่ตีไว้ที่ริมแผ่นแป้งเพื่อยึดให้แป้งติดกัน
เปาะเปี๊ยะทอด
เปาะเปี๊ยะทอด
เปาะเปี๊ยะทอด
เปาะเปี๊ยะทอด
           ค่อย ๆ ม้วนเปาะเปี๊ยะให้สวยงาม
เปาะเปี๊ยะทอด
           ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำเปาะเปี๊ยะลงทอดจนสุกเหลือง
เปาะเปี๊ยะทอด
           ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ แต่งด้วยมะเขือเทศและต้นหอมให้สวยงาม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่
          เปาะเปี๊ยะทอดที่ว่าทำง่ายแล้ว ยิ่งมีคลิปวิดีโอสอนทำเปาะเปี๊ยะทอดควบคู่ไปด้วยแบบนี้ คงจะง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเลย

 




ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน


ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมุลและภาพประกอบจาก คุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

อาหารลดน้ำหนักในวันนี้ กระปุกดอทคอมจัดเมนูรสเด็ดเผ็ดแซบสุดฮิต ที่คุ้นปากคนไทยอย่าง “ส้มตำ” มาแปะไว้ให้สาวกอาหารอีสานได้แซบนัวกัน แต่ส้มตำสูตรนี้พิเศษกว่าที่เคยกินกันนะคะ เปลี่ยนจากเส้นมะละกอสับ มาใช้เส้นแก้วที่ได้มาจากการสกัดสาหร่ายทะเลแทน กรุบกรอบอร่อย คุณสาว ๆ หรือใครที่กำลดน้ำหนักอยู่คงจะปลื้มปริ่มแน่ ๆ

ถึงแม้ส้มตำจะเป็นเมนูเก่าแต่ คุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จะนำมาแปลงโฉมใหม่ ที่ยังคงเน้นวิธีการทำแบบง่าย ๆ ใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบที่สามารถหามาทำได้ง่าย ๆ แต่อร่อยชัวร์ ถ้าพร้อมจะไปแซบนัวกันแล้วก็มาดู วิธีทำส้มตำลดน้ำหนัก สูตรนี้กันเลยจ้า

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน
ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

สิ่งที่ต้องเตรียม

พริกสด ปริมาณตามชอบ

 กระเทียม

 ถั่วฝักยาว

 น้ำตาลปี๊บ 1/2 ทัพพี

 น้ำปลา 1 ทัพพี

 น้ำมะนาว 1 1/2 ทัพพี

 มะเขือเปาะ หั่นเป็นชิ้น

 มะเขือเทศ หั่นเป็นชิ้น

 ผงชูรส (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

  กุ้งสดลวก (ไม่ต้องสุก)

 เส้นแก้ว

วิธีทำ

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 เริ่มด้วยการใส่พริก (ตามต้องการ) กับกระเทียมลงในครก โขลกพอหยาบหรือละเอียดหน่อยก็ได้ (พูดถึงเรื่องครกก่อน เคยมีครกที่หอบหิ้วมาด้วยเป็นครกดินปั้นที่ก้นลึกสำหรับทำส้มตำ เนื่องจากตำส้มตำบ่อยมาก คนคงทนไม่ไหวพ่ายต่อการใช้งานขอลากโลกด้วยการระเบิดตัวเองตายเลยต้องมาใช้ครกหินแทน คราวนี้ใช้ได้อีกหลายรุ่นแน่นอน)

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 พอพริกกับกระเทียมละเอียดแล้ว ก็ใส่ถั่วฝักยาวลงไป ใช้สากบุบพอแตก

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 จากนั้นตามด้วยน้ำตาลปี๊บ 1/2 ทัพพี

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 น้ำปลา 1 ทัพพี

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 น้ำมะนาว 1 1/2 ทัพพี (ใส่เปลือกลงไปด้วยก็ได้)

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 บี้ให้น้ำตาลปี๊บละลาย ใส่มะเขือเปาะและมะเขือเทศที่หั่นลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเติมผงชูรส

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 ตามด้วยกุ้งลวกลงไปคนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ (ให้เปรี้ยวนำหวานตาม ความเผ็ดนี่ตามความชอบ ของผมเผ็ดนำ เปรี้ยวตาม หวานตามมา จากนั้นเค็มเป็นอันดับสุดท้าย ครบรส)

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

ตักใส่กะละมังที่ใส่เส้นแก้วไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

ส้มตำเส้นแก้ว เด็ดโดนใจคนลดความอ้วน

 ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟได้แล้วครับ

แค่นี้ก็ได้ส้มตำเส้นแก้ว ไว้กินเล่น ๆ เป็นกับแกล้ม หรือเป็นเมนูสังสรรค์ได้แล้วครับ ติดตามได้อีกหนึ่งช่องทางที่แฟนเพจ Foodstyle By Sky

ก็ต้องขอบอกว่า เห็นส้มตำเส้นแก้วสีสัน หน้าตาแบบนี้แล้ว อดใจไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ ต้องขอตัวไปทำก่อนแล้วล่ะ แล้วพบกัน บายค่ะ อิอิ ^^

 




วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ


วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Salome’ST สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
             สำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ท่านใดกำลังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักที่ดูจะเกินมาตรฐานไปสักหน่อย มิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีเทคนิคการเลือกกินอาหาร กินอะไร และกินอย่างไรให้ผอม ด้วยสูตรอาหารเด็ด ๆ จาก คุณ Salome’ST สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เห็นผลอย่างชัดเจน เพียงอาทิตย์เดียว น้ำหนักลดไปถึง 2 กิโลกรัม ! เอ้า จะเป็นอย่างไร และเมนูจะน่ากินขนาดไหน ตามไปดูกันเลย

             กินอย่างไรให้ผอม ? แบ่งปันสูตรอาหาร อาทิตย์นึงลดไป 2 กิโล !! โดย คุณ Salome’ST สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
             ชื่อออย อายุ 19 ปีค่ะ มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักเกิน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “อ้วน” ค่ะ ออยเคยลองลดน้ำหนักมาหลายวิธี ทั้งกินวันละ 1 มื้อ หรือกินวันละไม่เกิน 500 kcal (กิโลแคลอรี่) ช่วงแรกก็น้ำหนักลดลงค่ะ แต่สักพักก็โยโย่ แต่ออยไม่เคยกินยาลดความอ้วนนะคะ จนมาถึงตอนนี้ค่ะ หลังจากที่เข้าออกห้องลดน้ำหนักบ่อยครั้ง ทำให้รู้ถึงวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกวิธี ออยเองตอนนี้ก็ยังไม่ได้ผอมนะคะ แต่หลังจากที่ลดน้ำหนัก (ลด ๆ หลุด ๆ) มา 4 เดือน น้ำหนักลดไป 7 กิโลกรัมค่ะ เลยอยากจะมาแชร์กันค่ะ
             วิธีการลดน้ำหนักของออยก็ธรรมดาทั่วไปค่ะ ก็แค่ “Eat Clean” (แต่ไม่ 100%) และออกกำลังกาย วันนี้ออยจะมาแบ่งปันสูตรอาหารที่ออยกินในระหว่างที่ลดน้ำหนักกันค่ะ
  อาทิตย์ที่ 1 : เส้นหมี่ซุปปลาคัตสึโอะกับอกไก่ฉีก 
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
  ส่วนผสม
        ปลาคัตสึโอะแห้ง
        ซีอิ๊วขาว
        น้ำตาลทราย (เล็กน้อย)
        พริกไทย
        ผงผักชี (หากใครมีรากผักชีก็ใช้ได้นะคะ)
        อกไก่
        ลูกชิ้น
        ผักกวางตุ้ง และถั่วงอก
        เส้นหมี่
  วิธีทำ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ต้มน้ำพร้อมใส่ผงผักชี หรือรากผักชีลงไปค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       รอน้ำเดือดจึงใส่ปลาคัตสึโอะตากแห้ง
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย (เล็กน้อย) และพริกไทยค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       รอจนน้ำเดือดอีกครั้งแล้วใส่ลูกชิ้นและเนื้ออกไก่ลงไปค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       หลังจากนั้นก็ต้มน้ำซุปไปเรื่อย ๆ ค่ะ แล้วเราก็มาลวกผัก และเส้นหมี่กัน
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       เสร็จแล้วก็มาจัดใส่จานกันค่ะ (ระหว่างลวกเส้นและผัก ก็ฉีกไก่ไปพลาง ๆ นะคะ)
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       แล้วก็ตักน้ำซุปใส่ลงไป เป็นอันเสร็จพิธี
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       สังเกตดูที่น้ำซุปก็แทบจะไม่มีมันเลยนะคะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ปรุงรสกันตามใจชอบค่า
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
             ส่วนออกการออกกำลังกาย ในวันจัทร์ พุธ และศุกร์ ออยจะเวทเทรนนิ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมงค่ะ และจะออกกำลังกายด้วยการเต้นทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงเช่นกันในห้องออกกำลังกายที่บ้านค่ะ
             ออยขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่นะคะ สู้ ๆ ค่ะ เหนื่อยหน่อยแต่ออยเชื่อว่ายังไงก็คุ้มกับสิ่งที่จะได้มาค่ะ ส่วนตัวออยเองก็ยังจะต้องลดให้ได้อีก 13 กิโลกรัม ค่ะ ถึงจะถึงเป้าหมายที่วางไว้ สู้ไปด้วยกันนะคะ ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
   อาทิตย์ที่ 2 เบอร์เกอร์ไก่ย่างซอสซาสึกิ 
กินอย่างไรให้ผอม? แบ่งปันสูตรอาหาร อาทิตย์เดียวลดไป 2 กก.!!
             อาทิตย์นี้ออยก็มีเมนูอาหารลดน้ำหนักมาฝากเช่นเคยค่ะ อัพเดทน้ำหนักกันก่อนเนอะ เมื่อเช้าชั่งน้ำหนัก ตอนนี้รวมแล้วหายไป 8 กิโลกรัมแล้วค่ะ (ดีใจ ๆ ๆ ๆ ) ส่วนอาหารที่ออยนำมาฝากอาทิตย์นี้ก็คือเบอร์เกอร์ไก่ย่างซอสซาสึกิ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 ส่วนผสม
       เนื้ออกไก่
       หัวหอมใหญ่
       แครอท
       ไข่ไก่
       พริกไทย
       ผงปาปิก้า
       โรสแมรี่
       ออริกาโน่
       เกลือ
       แป้งพิต้า (โลวคาร์บ)
 วิธีทำ 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       นำอกไก่ที่เตรียมไว้มาสับให้ละเอียด แนะนำให้สับด้วยบังตอนะคะ จะได้ออกกำลังกายไปด้วย ฮ่า ๆ (อกไก่ที่ออยใช้ จะเลาะเอามันออกหมดแล้วนะคะ)
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       จากนั้นก็นำแครอทและหัวหอมใหญ่มาหันเป็นชิ้นเล็ก ๆ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       แล้วก็นำอกไก่ แครอท และหัวหอมมาผสมกันค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เราเตรียมไว้ค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ขยำทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นตอกไข่แดงลงไป (ไข่แดงอย่างเดียวนะคะ เพราะถ้าใส่ทั้งฟองเนื้อเบอร์เกอร์จะเละค่ะ)
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       แล้วก็ขยำทุกอย่างให้เข้ากันอีกครั้งค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       เสร็จแล้วเราก็ปล่อยให้เบอร์เกอร์เข้าเครื่องกันสักพัก ระหว่างรอเราก็นำแป้งพิต้ามาอุ่นได้เลยค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       อุ่นแป้งเสร็จก็นำเบอร์เกอร์ลงไปย่างได้เลยค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ระหว่างย่างเบอร์เกอร์ก็นำผักเคียงลงมาย่างพร้อมกันได้เลยค่ะ ผักเคียงที่ออยกินในวันนี้ก็คือ เห็ดออรินจิและหน่อไม้ฝรั่งค่ะ แต่ใส่หน่อไม้ฝรั่งไปก่อนเพราะจะสุกยากกว่า
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       พอย่างเบอร์เกอร์เสร็จก็นำเห็ดมาย่างต่อเลยค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       พอเห็ดสุกเราก็นำไข่ขาวที่เราได้แยกเอาไว้ในตอนแรกมาลงกระทะ กลายเป็นไข่ดาวเอาไว้เปาะบนเบอร์เกอร์ค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
        แล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย จัดลงจานค่ะ อันนี้ก็ทำตามอัธยาศัยเลยค่ะแล้วแต่คนชอบ อ้อ ซอสขาว ๆ ที่เห็นคือซอสซาสึกิค่ะ วิธีทำก็ง่าย ๆ นำโยเกิร์ต 0% มา แล้วก็หั่นแตงกวา หอมแดง และผักชีลาวลงไป ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว เกลือ และน้ำตาลนิดหน่อยพอตัดรสค่ะ (จริง ๆ ต้องใส่กระเทียมด้วย แต่ออยไม่ชอบเลยไม่ใส่ค่ะ)
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       จัดจานเสร็จแล้วก็เสิร์ฟเลยค่าาา
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ซูมนิดหนึ่ง
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ขอดูไซด์ดิชหน่อยยย
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ซูมอีกนิด
 อาทิตย์ที่ 3 : ลูกชิ้นไก่
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
            อัพเดทน้ำหนักนะคะ ยังอยู่ที่ 8 กิโลกรัมเหมือนเคยค่ะ เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาหลุดบ่อยมากและไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ค่ะ เมนูที่ออยนำมาฝากในวันนี้คือ ลูกชิ้นไก่
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 ส่วนผสม
       เนื้ออกไก่ 800 กรัม
       ผงฟู 2 ช้อนชา
       เกลือ 2 ช้อนชา
       พริกไทย ตามที่ชอบ
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำเย็น ๆ 1 แก้วเล็ก
            *ในรูปจะเห็นว่าออยใส่เนื้อปลาลงไปด้วย แต่พอทำออกมาแล้วไม่เวิร์กค่ะ เลยไม่แนะนำให้ใส่
  วิธีทำ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       หั่นเนื้อไก่ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการบด
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       นำเนื้อไก่บดในเครื่องบดให้ละเอียดค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       บดแปบเดียวเท่านั้น ลองเอามือจับดู ถ้าเนื้อไก่ไม่ติดกันเป็นอันใช้ได้ค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       บดเสร็จแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       จากนั้นเราก็มาผสมเครื่องกันต่อค่ะ ผสมผงฟู เกลือ และน้ำปลาลงไปค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       เสร็จแล้วก็เอาเนื้อไก่ที่เราบดไว้แล้วลงไปผสม
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       แล้วก็ถึงเวลาสนุกแล้วค่ะ ขยำ ขยำ ขยำ มันเข้าไป ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย ระหว่างที่ขยำก็ค่อย ๆ เติมน้ำเปล่าลงไป แล้วก็ขยำ ขยำ ขยำ ออยขยำประมาณ 10 นาทีค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       จากนั้นก็เอาพลาสติกมาคลุมแล้วเข้าตู้เย็นค่ะ ถ้าเป็นช่องธรรมดาก็แช่ข้ามคืนก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นช่องฟรีซก็ครึ่งชั่วโมงค่ะ
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       พอนำออกมาจากตู้เย็นก็สาดพริกไทยลงไป แล้วก็ขยำให้เข้ากันอีกทีค่ะ
       พอเครื่องทุกอย่างเข้ากันดีแล้วก็ต้มน้ำไว้ค่ะ แต่ไม่ต้องเดือดมากแค่พอร้อน เพราะถ้าเดือดมากลูกชิ้นข้างในจะไม่สุกค่ะ จากนั้นก็ปั้นเป็นลูก ๆ แล้วก็ต้มค่ะ พอลูกชิ้นลอยขึ้นมาแล้วก็รออีกสักพักนะคะ แล้วจึงนำขึ้นมา พอนำขึ้นมาแล้วก็ไปใส่น้ำเย็นค่ะ แล้วเราก็ได้ลูกชิ้นไก่แบบไร้ไขมัน ไร้แป้งมากินกันแล้วค่า
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
       ลูกชิ้นก็สามารถทำได้หลายเมนู อย่างเช่น ยำลูกชิ้นแบบที่ออยทำค่า
             ทำเสร็จแล้วกินเสร็จแล้วก็อย่าลืมไปออกกำลังกายกันด้วยนะคะ ถ้ากินอย่างเดียวแล้วน้ำหนักไม่ลด แล้วอย่ามาว่าออยว่าหลอกลวงนะค๊า
             เสร็จแล้วค่าา ทำกันง่าย ๆ เลยเนอะ กับอาหารคลีน ๆ ของเรา ใครมี Instagram ก็สามารถค้นหา #whatsoileat เข้าไปดูได้เลยนะคะ เพราะเมนูต่าง ๆ ที่ออยทำหรือกินก็จะอยู่ในนั้นทั้งหมด เช่น
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
สปาเกตตีแบบคลีน ๆ
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 
สุกี้น้ำ
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 
น้ำพริกอ่องอกไก่สับ (ไขมัน 0%)
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 
ปลาแซลม่อนย่างกระทะไข่ดาว กินกับผักต้มราดซอสซาซึกิและแป้งพิต้า (โลวคาร์บ)
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ
 
wrapไก่ย่าง (ที่ม้วนไม่ได้เพราะแป้งกรอบเกิน)
 
วิธีลดน้ำหนัก กินอย่างไรให้ผอม อาทิตย์เดียวลดไป 2 กิโลฯ