เคล็ดไม่ลับ สลายไขมัน เซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่


วิธีลดต้นขา

เคล็ดไม่ลับ…สลายไขมัน เซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่ (ไทยโพสต์)

 

อย่ากระนั้นเลยค่ะ คุณสาว ๆ รู้หรือเปล่าว่าสองมือของเราก็จัดการกับเซลลูไลท์ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งพาใคร หรือควักเงินไปจ่ายคลินิกให้เปลืองสตางค์ ขอเพียงแต่คุณตั้งใจและกระทำอย่างสม่ำเสมอเป็นคำตอบสุดท้ายเท่านั้น

กระโดดเชือก

ออกกำลังกาย

 

การกระโดดเชือกติดต่อกัน 15 นาที ก็เหมือนกับคุณออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งนานถึง 30 นาที

 

 

ขึ้นบันได

ขึ้น-ลงบันได

“ไม่มีเวลา ๆ ออกกำลังกับใครเขาเลย”

การขึ้นบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้นสามารถลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี และมีหลักฐานยืนยันว่า การเดินขึ้น-ลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

การขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อนาที ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได

 

 

กำจัดเซลลูไลท์

นวดและสครับผิวขา

 

 

การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวของเรา ซึ่งเป็นผิวชั้นนอกและเผยเซลล์ผิวรุ่นใหม่ที่แข็งแรงกว่ามาแทนที่ ทำให้ผิวของเราดูสดใสและมีชีวิตชีวา

 

 

 

 

ดื่มน้ำ

อาหารเรื่องที่ต้องสนใจ

 

 

สะดวกวิธีไหนก็ลองทำกันดูนะคะ

 




วิธีลดต้นขา ออกกำลังกายง่ายๆ ก่อนเข้านอน


วิธีลดต้นขา

………..การออกกำลังกาย และบริหารร่างกายเพื่อกระชับสัดส่วน การ ลดต้นขา ต้องทำให้ถูกวิธีนะคะ มิฉะนั้นผลที่ออกมาอาจจะไม่เป็นอย่างที่คุณตั้งใจนักแทนที่ขาจะเรียวงามกลับกลายเป็นกล้ามขานักกีฬาโอลิมปิคก็ได้ วิธี ลดต้นขา ง่ายๆด้วย 5 ขั้นตอน

คือ…

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ทำได้ทุกวันจะดีมากค่ะ

 

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างหนึ่งคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

 




ลดต้นขาไม่ให้กลับมาใหญ่อีก


 

การออกกำลังกายเพื่อลดต้นขา
การลดต้นขา ขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากมากที่สุดส่วนหนึ่งในร่างกาย การออกกำลังกายลดต้นขาที่ถูกต้อง ต้องเน้นที่การกระชับกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อเข้าไปเพิ่มให้ใหญ่กว่าเดิม

ดังนั้น ควรที่จะระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต้นขาที่มาก เพราะจะยิ่งเป็นการทำให้ต้นขาใหญ่มากขึ้น

การออกกำลังกายประเภทวิ่ง หรือการยกเวทที่มีน้ำหนักมากๆ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ผิดวิธี เพราะจะทำให้ต้นขารับน้ำหนักที่มากขึ้น

สำหรับ วิธีการลดต้นขาที่สามารถทำได้ง่าย ได้ผลจริงและยิ่งทำร่วมกับการออกกำลังกายจะยิ่งทำให้เห็นผลเร็วมากยิ่งขึ้น มีท่าบริหารอยู่ทั้งหมด 6 ท่า ด้วยกัน ซึ่งอาจจะเลือกออกกำลังจากเพียงบางท่าที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด โดยที่ไม่ต้องทำทุกท่าก็ได้ ดังต่อไปนี้

ท่าที่ 1 : นอนราบกับพื้น ไขว้ข้อเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกัน จากนั้นงอเข่าทั้งสองข้างเข้ามาให้ชิดลำตัวมากที่สุด โดยข้อเท้าทั้งสองข้างยังไขว้กันอยู่ ค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆยืดขาออก และคลายข้อเท้าทั้งสองข้างออกจากกัน แล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้ง

ท่าที่ 2 : นอนราบกับพื้น เหยียดขาให้ตรงและตึง แล้วค่อยๆยกขาขึ้น ปล่อยค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วทำซ้ำๆกันหลายๆครั้ง

ท่าที่ 3 : ปั่นจักรยานกลางอากาศ ประมาณ 200 ครั้งต่อวัน

ท่าที่ 4 : นั่งตัวตรงบนเกาอี้ โดยนั่งชิดกับพนักพิง ยกขาขึ้นมาให้อยู่ในแนวเดียวกับหน้าตัก หายใจเข้า แล้วค่อยๆวางขาลงที่พื้น หายใจออกเบาๆ แล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำๆ ประมาณ 20 ครั้ง

ท่าที่ 5 : นอนหงายราบกับพื้น มือทั้งสองข้างประสานกันใต้ศีรษะ แล้วงอเข่าข้างซ้ายเข้ามาให้ชิดหน้าอก แล้วเหยียดขาข้างขวาขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ จนสุด แล้วค้างไว้สักพัก จากนั้นสลับข้างกัน

ท่าที่ 6 : ให้นั่งตัวตรง หลังพิงพนักเกาอี้ หนีบหนังสือเล่มหนาๆไว้ที่ระหว่างขา อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อรีดไขมันนั้น ควรที่จะทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนทีเดียว

เมื่อเห็นผลลัพธ์แล้วก็ควรที่จะออกกำลังกายต่อไปเป็นประจำ พร้อมกับควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้ต้นแขนต้นขาที่เรียวเล็กสวยงามยังคงอยู่กับเราต่อไปอีกนาน




ลดต้นแขน แบบสมบูรณ์ ไม่กลับมาใหญ่อีก


สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อต้นแขนต้นขามากๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย หรือยกของหนักเป็นประจำ สามารถทำได้โดยลดการใช้งานแขนให้น้อยลง ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆลีบเล็กลง แต่วิธีการดังกล่าวต้องใช้เวลานาน

สำหรับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นแขนมากๆ จำเป็นที่จะต้องใช้การออกกำลังกายเฉพาะส่วน เพื่อช่วยในการรีดไขมันส่วนเกินให้หมดไป ซึ่งในครั้งนี้ จะขอแนะนำวิธีการออกกำลังกายเฉพาะส่วนแบบง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง

วิธีการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เพื่อลดไขมันส่วนเกิน

การออกกำลังกายเฉพาะส่วน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการมุ่งเน้นรีดไขมันส่วนเกินออกจากส่วนที่เราต้องการ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการสอนวิธีการออกกำลังกายง่ายๆ สำหรับการลดต้นแขน และต้นขา ดังต่อไปนี้

1. การออกกำลังกายเพื่อลดต้นแขน

วิธีการลดไขมันที่สะสมอยู่ในบริเวณต้นแขน ต้องใช้วิธีการออกกำลังกายโดยการออกำลังเบาๆ ไม่ต้องเน้นที่น้ำหนัก แต่ให้เน้นไปที่ความถี่ โดยออกกำลังกายให้บ่อยครั้งเข้าไว้ โดยมีวิธีการออกกำลังกายง่ายๆ ซึ่งสามารถเลือกนำท่าที่เหมาะสมกับเราไปใช้ออกกำลัง ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์ที่ใช้ : ดัมเบลล์ 1 กิโลกรัม หรือขวดน้ำ 1 ลิตร

ท่าที่ 1 : ยืนกางขาให้พอดีกับหัวไหล่ 2 ข้าง แล้วถือดัมเบลล์ (หรือขวดน้ำ) แบบหงายมือวางแนบทิ้งกับลำตัว จากนั้นเกร็งแขน ยกดัมเบลล์ ในท่าพับข้อศอกขึ้นมาชิดหัวไหล่ ค่อยๆทำช้าๆ ขึ้นลง สลับซ้ายขวา วันละ 20 ครั้ง

ท่าที่ 2 : ยืนกางขาพอดีกับหัวไหล่ ในมือถือดัมเบลล์ทั้งมือซ้ายและมือขวาอย่างละอัน โดยถือแบบคว่ำมือวางชิดกับลำตัว จากนั้นให้เกร็งแขนแล้วยกดัมเบลล์ขึ้นมาโดยไม่งอแขน ยกขึ้นมาให้ขนานกับพื้นในระดับที่พอดีกับหัวไหล่ ค่อยๆทำขึ้นลง วันละ 20 ครั้ง

ท่าที่ 3 : ยืนกางขาพอประมาณ ย่อเข่าเพียงเล็กน้อย แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดัมเบลล์ 1 อัน ค่อยๆ ยกขึ้นเหนือหัว เหยียดแขนทั้งสองให้ตรงค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆพับแขนลงด้านหลังให้เป็นรูปตัว L คว่ำ ขั้นตอนนี้ ควรจับให้แน่นเพื่อป้องกันอันตราย ทำวันละ 20 ครั้ง
*วิธีการออกกำลังกายดังกล่าว อาจทำสลับท่ากันวันเว้นวัน*




เกร็ดความรู้ในการดื่มน้ำผลไม้


น้ำผลไม้-เกร็ดความรู้สุขภาพ

 

เกร็ดความรู้ในการดื่มน้ำผลไม้

สวัสดีครับท่านผู้รักสุขภาพทุกท่านในปัจจุบันน้ำผลไม้นั้นก็เป็นที่นิยมกับผู้รักสุขภาพทั้งหลาย เพราะน้ำผลไม่นั้นดื่มง่ายและมีวิตามินสูง แต่หากเป็นน้ำผลไม้ที่ไม่ได้คั้นเองหรือน้ำผลไม้บรรจุกล่อง ก็ต้องดูปริมาณน้ำตาลให้ดีนะครับ เพราะอาจจะมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าปรกติก็ได้ วันนี้เราได้นำเกร็ดความรู้สุขภาพ เกี่ยวกับการดื่มน้ำผลไม้ ว่าควรดื่มเวลาไหนถึงจะเหมากับเรา

ตามหลักการการแพทย์แผนไทย ร่างกายคนเราจะแข็งแรงได้ต้องมีภาวะที่สมดุลของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำลม และไฟ แต่ด้วยเหตุที่บ้านเรานั้นอยู่ในเขตร้อน มีการแปรเปลี่ยนของสภาวะอากาศหลายรูปแบบ ทำให้มีผลกระทบต่อความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย จนบางครั้งส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยได้ การดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพรตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทยนั้น สามารถกระทำได้โดยการดื่มตามเวลาใน 1 วันที่ธาตุในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป โดยมีการแบ่งเวลาดังต่อไปนี้

06.00-10.00 น. และ 18.00-22.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ น้ำสมุนไพรที่บำรุงร่างกายและปรับสมดุลของธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำฝรั่ง รสเปรี้ยวของน้ำส้มจะทำให้รู้สึกชุ่มคอ แก้ไอ ขับเสมหะ ส่วนรสฝาด อมเปรี้ยวของน้ำฝรั่ง มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยแก้อาการท้องเดินอีกด้วย

10.00-14.00 น. และ 22.00-02.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายและปรับสมดุลของธาตุไฟ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสขม อย่างเช่น น้ำบัวบก น้ำลูกเดือย น้ำบัวบกนอกจากจะแก้ร้อนในกระหายน้ำแล้ว ยังทำให้สดชื่น แก้อักเสบหรือช้ำใน ปวดศีรษะข้างเดียว น้ำลูกเดือยชงเป็นยาเย็น ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมในสตรีหลังคลอด รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง

14.00-18.00 น. และ 02.00-06.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุลม น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายและปรับสมดุลของธาตุลม ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน ได้แก่ น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำขิงรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วยเจริญอาหาร น้ำตะไคร้ รสเผ็ดร้อน บำรุงธาตุ ช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ช่วยลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย

ส่วนกรณีการเจ็บป่วยด้วยธาตุดินนั้นไม่ได้ขึ้นกับกาลเวลา แต่จะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุอื่นๆ ดังนั้นการดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำผลไม้เพื่อบำรุงธาตุดินนั้นจึงสามารถกระทำ ในเวลาใดก็ได้ แล้วพบกับสาระและเกร็ดความร้สุขภาพใหม่ดีๆ กับ helath ได้ใหม่ในบทความต่อไปนะครับ




การลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน


 

หน้าท้อง หรือ “พุง” ถ้าหากเป็นในสมัยก่อน ก็คงจะเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยแสดงให้เห็นว่าคนๆนั้น มีอันจะกินหรือมีฐานะที่ร่ำรวย แต่สำหรับในปัจจุบัน พุงกลายมาเป็นสัญลักษณ์เริ่มต้นของโรคอ้วน

การมีพุงนอกจากจะทำให้คุณสาวๆหมดความมั่นใจแล้ว จากผลการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยเซาร์ฟลอริด้า ในปี พ.ศ. 2538 ยังพบว่า ผู้หญิงที่มีหน้าท้องจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติถึงร้อยละ 45 ดังนั้นการลดพุง นอกจากจะช่วยเรียกความมั่นใจ และทำให้คุณสาวๆดูดีแล้ว แต่ยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคต่างๆ อีกด้วย

เอาล่ะ… เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว จะมัวมาเก็บหน้าท้องเอาไว้ทำไมกัน มาเริ่มการลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ด้วยวิธีง่ายๆที่คุณสาวๆสามารถทำได้ด้วยตัวเองกันดีกว่า

1. การควบคุมอาหาร เริ่มต้นจากการงดขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีไขมัน และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมากๆอย่างเด็ดขาด โดยคุณสาวๆอาจเริ่มการควบคุมอาหารโดยใช้เมนูดังต่อไปนี้ เป็นพื้นฐานสำหรับการลดน้ำหนักใน 7 วัน

วันที่ 1
เช้า – น้ำผลไม้คั้น หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน – ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น – สลัดผัก

วันที่ 2
เช้า – น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน – ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น – โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า – กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน – เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (เนื้อ, หมู)
เย็น – สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า – น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน – สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น – โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า – น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน – ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น – สลัดผัก

วันที่ 6
เช้า – น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน – ปลานึ่ง หรือ ปลาเผาไม่จำกัด
เย็น – นมสด 1 แก้ว

วันที่ 7
เช้า – ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น หรือไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน – เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (เนื้อ, หมู)
เย็น – สับปะรด 1 ชิ้น

ข้อควรระวังในการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักในเมนูที่ได้แนะนำไป คือ ถ้าหากรู้สึกหิว หรืออ่อนเพลียให้ดื่มน้ำเปล่าสะอาดมากๆ

2. เลือกอาหารที่มีผลช่วยในการควบคุมน้ำหนัก สำหรับคุณสาวๆหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามีอาหารหลายชนิดที่มีผลช่วยในการย่อยอาหาร และเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย ซึ่งจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้

3. การนอนแต่หัวค่ำและพักผ่อนให้เพียงพอ การเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งเป็นการช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกิน และควรพักผ่อนนอนหลับอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง

4. การออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องเองก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง มีดังต่อไปนี้

5. การทำดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยโยเกิร์ต เป็นการทำความสะอาดไขมันที่เกาะอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหาร ตับ และม้าม เกิดการดูดซึมได้น้อยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในส่วนของม้ามที่ชื้นเพราะไขมัน จะยิ่งทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น เมื่อทำการขจัดไขมันเหล่านี้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์จะช่วยทำให้หน้าท้องเล็กลงตามไปด้วย

สำหรับส่วนผสมของการทำดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยโยเกิร์ต มีดังต่อไปนี้

1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ครึ่งถ้วย ที่ไม่มีการผสมเนื้อผลไม้ในโยเกิร์ต

2. นมโคสดแท้ 100% ซึ่งไม่ใช่สูตรพร่องมันเนย ไม่ต้องแช่เย็น ขนาด 180-250 มิลลิลิตร

3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

4. มะนาว 1 ลูก

นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันได้ตามใจชอบ แล้วดื่มในตอนเช้าก่อนทานอาหารในช่วงเวลา 05.30-7.00 น. แนะนำว่าควรดื่มให้หมดในครั้งเดียวห้ามผสมทิ้งเอาไว้ เพื่อเป็นการรักษาคุณสมบัติของวิตามินซี และควรดื่มน้ำเปล่า 1-2 แก้ว ก่อนหรือหลังการรับประทานโยเกิร์ตสูตรดังกล่าว

ถ้าหากต้องการให้หน้าท้องแบนราบอย่างรวดเร็วควรทานติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน ซึ่งหากมีอาการอยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทานใหม่ๆ ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติในการทำดีท็อกซ์ ซึ่งเป็นกระบวนการของร่างกายที่กำลังขับของเสียออกมาจากร่างกาย

7. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก สำหรับคุณสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในการช่วยลดน้ำหนักก็เถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี โดยเฉพาะกับคุณสาวๆที่ต้องการลดหน้าท้องให้กลับมาแบนราบอย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน

สำหรับในวันนี้ จึงขอแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักตัวหนึ่ง ที่สามารถตอบสนองความต้องการลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว อย่างปลอดภัย และที่สำคัญคือ ไม่มีผลข้างเคียงอย่างโยโย่เอฟเฟค ที่ทำให้กลับมาอ้วนอีก




หน้าท้องส่วนล่าง ทำไม ทำยังไงก็เอาไม่ออก มาดูข้อเท็จจริงกัน


ปัญหาของคนทั่วไปในยุคปัจจุบันมักมีส่วนเกินไม่พึงประสงค์อยู่หลายที่ไม่ว่าจะเป็น ต้นแขน ต้นขาใหญ่กว่าปริมาณอันควร ไอ้ที่ควรใหญ่กลับเล็ก ไอ้ที่ควรเล็กกลับใหญ่ โดยเฉพาะส่วนเกินที่หลายคนรับไม่ได้เลยคือ พุงย้อย

หลายๆคนและหลายๆเวปไซต์มันจะพูดถึงการลดหน้าท้องโดยการออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยได้ในขณะที่ส่วนประกอบอื่นก็มีผลมากเช่นกัน

เราจะไม่พูดยืดยาว มาเข้าประเด็นกันค่ะ ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการที่เรามีหน้าท้องยื่นออกมาคือ Posture หรือลักษณะท่าทางของเราเวลายืนและการใช้ชีวิตประจำวัน กระดูกสันหลังของคนเรามักจะต่างกัน ตรงบ้าง งอบ้างแล้วแต่ การที่เรามีกล้ามเนื้อหลังล่างที่แข็งแรงก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามี posture ที่ดี เนื่องจากกล้ามเนื้อหลังของเราจะดึงให้เรายืนตัวตรงและสง่ามาขึ้น ซึ่งผลคือหน้าอกจะดูตั้งขึ้น และพุงเราจะหายไปกว่า 50% และทำให้เราดูผอมลงด้วย แน่นอนว่าการรับประทานอาหารและออกกำลังกายสำคัญมากเช่นกัน แต่บางครั้ง อาหารก็เลือกกินแล้ว กำลังกายก็ออกแล้ว แต่ทำไมพุงยังยื่น เรามาดูภาพนี้กัน

จะเห็นได้ว่าท่ายืนที่ไม่ถูกต้องทำให้กระดูกสันหลังดันให้พุงเรายื่นออกมา พนักงานออฟฟิสส่วนใหญ่ที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์จะเป็น ขนาดตัวเราเองเรายังเป็นทั้งๆที่ไม่ได้ทำงานออฟฟิสเมื่อก่อนนี้ เราเคยสังเกตุคนที่เล่นโยคะมั้ยคะว่าทำไมเค้าบุคลิกดีจัง โอเค ครูสอนบางคนมีไขมันที่พุงเพราะอาจจะเป็นวิธีการทานอาหารของเค้าแต่ posture ของเค้าจะดีมาก เราเป็นคนออกกำลังกายเยอะมากแต่พุงจะยื่นตลอดทั้งๆที่ซิทอัพวันละ 200-300 ครั้ง เราจะบอกวีธีการยืดสันหลังเพื่อให้บุคลิกการยืนเราดีขึ้น หน้าท้องจะยุบลงเพื่อการเริ่มต้นก่อนนะคะ ลองดูตามรูป

ท่านี้เรียกว่าท่า Superman ซึ่งท่ามันก็บ่งบอก 555 วิธีทำให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น วางมือไว้ข้างลำตัวหงายฝ่ามือขึ้น เสร็จแล้วยกลำตัวพร้อมขาขึ้นมา ยกแขนออกจากพัน ยืดขาออกเสมือนว่าเราเหยียดขาจะไปแตะหลังห้อง หายใจเข้าออกตลอดเวลาห้ามกลั้นลมหายใจ ค้างเอาไว้ 10วินาที อย่าเร่งลมหายใจ ทำซัก 3 เซทนะคะ

ท่านี้เป็นท่า upward dog นอนคว่ำหน้าลงเหมือนเดิม วางฝ่ามือเอาไว้ข้างหน้าอกแล้วค่อยๆดันลำตัวขึ้นมาตามภาพ 10วิ 3 เซทเช่นเดียวกันค่ะ


ท่านี้เรียกว่าท่า Bow Pose นอนคว่ำหน้า งอขาเข้ามาที่หลังของเรา แล้วใช้มือของเราจับที่ข้อเท้าด้านนอกทั้งสองข้างแล้วออกแรงดึง ค้าง 10วิ 3เซท


รูปสุดท้ายใช้ผ้าขนหนูหนึ่งผืน กว้างให้เราจับได้ประมาณหัวไหล่นะคะ แล้วจัดไปตามรูปได้เลย

ต่อไปเราจะบอกวิธีการกระชับหน้าท้องโดยที่ไม่ต้องซิทอัพ ทำท่านี้ท่าเดียวได้ทั้งต้นแขน ต้นขา หน้าท้องทั้งหมด มาดูรูปกัน


ท่านี้เรียกว่าท่า plank ซึ่งหลายๆคนอาจจะรู้จัก ท่านี้ง่ายแต่ให้คุณมากกว่าที่คุณคิด หนุ่มๆทราบดี เวลาทำอยากให้มีกระจกด้านข้างเอาไว้ดูตัวให้เป็นเส้นตรง ก้นไม่โด่ง หลังไม่แอ่น คอเป็นแนวเดียวกับลำตัวด้วยนะคะถึงจะได้ผลดีที่สุด หลายคนอาจมองว่าท่าเนี้ยนะจะทำให้หน้าท้องแบนราบ ลองทำดูค่ะ ทำค้างไว้ 1 นาที ส่วนกี่เซ็ตเนี่ย จนกว่าเราจะตั้งท่าไม่ไหวเลย ต้องฝืนนะคะ ไม่งั้นไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง


ท่านี้เป็นท่า low plank คล้ายท่า high plank แต่แค่วางศอกลงบนพื้นค่ะ ถ้าใครชำนาญแล้วลองเอาเวทมาวางบนหลังเพิ่มความหนักนะคะ

จริงๆการมีหน้าท้องที่สวยงามควรสับเปลี่ยนท่าออกกำลังกายไปเรื่อยๆเพื่อให้กล้ามเนื้อหลายๆส่วนได้ใช้งานนะคะ ในเนตมีเยอะมาก พิมพ์ว่า abs exercise หรือ abs workout ก็ได้ เราชอบดูวีดีโอต่างชาติมากๆ เราคิดว่าของคนไทยบางทีมันเบาไปนิดนึงอ่ะค่ะ ไม่ได้เป็น rasicm นะ

ต่อไปเราจะบอกท่าคาร์ดิโอที่ช่วยลดหน้าท้อง ซึ่งต้องเล่นพร้อมกับการบริหารเฉพาะจุดนะคะ วีดีโอนี้สำหรับคนเพิ่งเริ่ม ซึ่งสามารถเผาผลาญไขมันและกระชับหน้าท้องไปในตัว มันเวิร์คมากค่ะ

 

สุดท้ายนี้อย่าลืมทานอาหารให้ถูกหลักนะคะ จำไว้ว่า ของมัน แป้ง ของทอด ของหวาน ที่เรากินเข้าไปจะมาอยู่ที่พุงเราทั้งหมด หลังจากเราดูแลการทานอาหารของเรา ทานโปรตีนเป็นหลักในมื้ออาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หน้าท้องเราแบนราบ ถ้าเราทำได้ ทุกคนก็ทำได้ค่ะ สู้ๆ อย่าเลือกทางลัดกันเลย ทานยาลดความอ้วนไม่ทำให้เราสุขภาพดีแล้วพุงก็ยังอยู่กับที่ด้วยนะคะ ;) รูปสุดท้ายคือหลังฐานของการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายและการทานอาหารอย่างถูกโภชนาการ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ผิดถูกยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ได้มาจากการอ่านและศึกษาล้วนๆค่ะ





ออกกำลังกายลดน้ำหนักง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์


ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

 

ออกกำลังกายลดน้ำหนักง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์

วันนี้เรามาฟิตแอนด์เฟริ์มไปกับท่าออกกำลังกายลดความอ้วนสุดชิค สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆ สามารถทำได้ที่บ้าน นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้วยังเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้กับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย

1. ย่อเข่า – ชูแขน

ช่วยกระชับกล้ามเนื้อตั้งแต่เอ็นร้อยหวาย หลังหัวเข่า จนถึงต้นขาและสะโพก
– ยืนกางขากว้างกว่าช่วงไหล่ ชูแขนเหนือศรีษะ หันฝ่ามือออกด้านหน้า
– ย่อตัวขึ้น – ลง 10 ครั้ง พยายามรักษาแผ่นหลังให้ตั้งตรงไว้

2. ย่อเข่า – ก้าวถอย

บริหารให้ขาสวย ก้นกระชับ
– ยืนกางขากว้างกว่าช่วงไหล่
– ยกแขนระดับไหล่ ย่อตัวลง เหยียดขาข้างหนึ่งไปด้านข้างให้ไกลที่สุด
– วาดขาข้างที่เหยียด ไปด้านหลังให้กว้างที่สุด พยายามรักษาแผ่นหลังให้ตั้งตรง ทำซ้ำข้างละ 10 ครั้ง

3. นอนคว่ำยกหน้าอก

ช่วยให้ช่องท้อง บั้นเอว และกล้ามเนื้อกระดูกสันหลังส่วนบนยืดหยุ่นขึ้น
– นอนราบ วางแขนข้างลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น
– ยกลำตัวช่วงบนขึ้นพร้อมวาดแขนขึ้นมาข้างศรีษะ ทำซ้ำ 10 ครั้ง

4. ย่อเข่าสองทิศทาง

– ยืนกางขากว้างกว่าช่วงไหล่ ย่อตัวลง สะโพกตั้งฉากกับพื้น เหยียดแขนตรง ปลายนิ้วแตะพื้น
– กระโดดไปด้านข้าง เหยียดแขนอีกข้างตรงปลายนิ้วแตะพื้น ทำซ้ำ 20 ครั้ง

5. กระโดดย่อตัว

– กระโดดย่อตัวตวัดขาข้างหนึ่งไปข้างหลัง พยายามให้น่องขนานกับพื้น
– กระโดดไปด้านข้าง ตวัดขาอีกข้างไปข้างหลัง กระโดดสลับขาต่อเนื่อง 30 วินาที

6. คุกเข่ายกปลายเท้าสลับ

– อยู่ในท่าคลานเข่า เหยียดแขนตรง ตั้งฝ่าเท้าขึ้น
– ค่อยๆ ยกแขนขวาไปด้านหลัง พร้อมกับยกปลายเท้าซ้ายมาแตะสลับข้าง แล้วทำซ้ำข้างละ 10 ครั้ง

7. ดึงเข่าหาศอก

ช่วยลดหน้าท้อง บั้นท้าย ขา และแขน
– ทำท่าเตรียมวิดพื้น ตั้งฝ่าเท้าขึ้น เหยียดแขนตรงไหล่และสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน
– เคลื่อนเข่าซ้ายมาหาศอกขวา
– สลับข้าง แล้วทำซ้ำข้างละ 20 ครั้ง

8. ยกสะโพก – วิดพื้น

ช่วยลดกระชับ ไหล่ ไตรเซ็ป อก หน้าท้อง
– อยู่ในท่าเตรียมวิดพื้น แต่ยกสะโพกขึ้นแขนเหยียดตรง แยกขาออกจากกันเล็กน้อย
– ค่อยๆ ลดอกและลำตัวลงบนพื้นตามลำดับ ให้อกห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว
– ยกลำตัวช่วงบนขึ้น ทำซ้ำตั้งแต่แรก 10 ครั้ง

ทั้ง 8 ท่าออกกำลังกายลดความอ้วนนี้ให้ทำสัปดาห์แรก 2 เซต (1 เซต = จำนวนครั้งที่ระบุไว้ในแต่ละท่า) และหลังจากนั้นค่อยเพิ่มเป็น 3 เซต เพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน ควรออกกำลังกายลดน้ำหนักไปพร้อมกับการควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย




Squats ท่าออกกำลังกาย ลดต้นขา กระชับสะโพก


Squats-ลดต้นขา-ออกกำลังกาย

 

Squatsท่าออกกำลังกายเพื่อลดต้นขา

 

สวัสดีครับท่านผู้รักสุขภาพทุกท่าน วันนี้ Health มีท่าออกกำลังกายเพื่อกระชับและ ลดต้นขา มาฝากกันอีกเช่นเคย เพราะขาของเรานั้นก็สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆเลย ซึ่งบางคนก็จะไปเน้นท่าออกกำลังกายที่สร้างกล้ามเนื้อในช่วงบนเช่น หัวไหล่ หน้าอก หน้าท้อง กันซะมาก จนละเลยกล้ามเนื้อต้นขาไป จนบางคนบางคนมีกล้ามเนื้อช่วงบนที่ใหญ่และดูดีมาก แต่พบมาดูที่ขา ลีบๆ หรือย้วยๆมันก็ดูไม่ค่อยสมส่วนซักเท่าไหร่เลย วันนี้ เราจึงนำท่าออกกำลังกายที่เรียกว่า สควอช (Squats) ซึ่งเป็นการบริหารต้นขาด้านหน้าที่ดีท่าหนึ่งเลยทีเดียว

Squats-ท่าออกกำลังกาย

ลดต้นขา ด้วยท่าสควอช

การทำ สควอช (Squats) นั้นเริ่มจากยืนให้มั่นคง แยกปลายเท้าออกเล็กน้อย (จุดสำคัญเลยคือการ ย่อเข่าลง โดยให้ลำตัวขึ้นและลงในแนวดิ่ง) ขณะลงให้ต้นขาขนานกับพื้น ดันสะโพกไปด้านหลังพร้อมกับหายใจออก ให้เข่าชี้ไปทางเดียวกับปลายเท้า อย่าลืมเกรงหน้าท้องและบล็อคหลังให้ตรงอยู่เสมอ จากนั้นยกตัวขึ้นพร้อมกับหายใจออก ไม่จำเป็นต้องขึ้นสุด ขึ้นให้เกือบสุดก็พอนะ

บางคนอาจสงสัยว่าท่าออกกำลังกายที่เรียกว่า  สควอช (Squats) เราจะแยกขากว้างประมาณเท่าไหร่กันนะ? เอาง่ายๆ แค่แยกเท้าให้กว้างกว่าช่วงหัวไหล่เล็กน้อยและหันปลายเท้าเฉียงออกด้านนอกเล็กน้อย ท่า สควอช (Squats)นอกจากจะช่วยให้ ต้นขากระชับ แล้ว ยังช่วยให้สะโพกกระชับอีกด้วย สาวๆคนไหนอยากมีสะโพกที่กระชับก็ลองนำท่า  สควอช (Squats)ไปลองใช้กันได้นะ แล้วพบกับบทความ ท่าออกกำลังกาย ได้ใหม่กับ Health  เพราะเอาอยากให้คุณ ออกกำลังกาย




ลดหน้าท้อง ด้วยวิธี Stomach vacuum


Stomach vacuum-ลดพุง

 

สร้างซิกแพคด้วย Stomach vacuum

            สวัสดีครับท่านผู้รักสุขภาพทุกท่าน วันนี้ Health ได้นำบทความในการลดพุงด้วยวิธี Stomach vacuumซึ่งเคยกล่าวไว้นิดหน่อยแล้วในบทความ”รู้จักไขมันก่อนลดความอ้วน” ซึ่งการเสริมสร้างกล้ามหน้าท้องด้วยวิธี Stomach vacuum สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แถมยังทำได้ที่บ้านอีกด้วย มาดูกันว่าการทำ Stomach vacuum มีวิธีอย่างไรกันบ้าง

Stomach vacuum-ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง ด้วยวิธี Stomach vacuum

1.เริ่มต้นด้วยการยืนตรงตามปรกติและสูดหายใจเข้าให้พอประมาณ หลังจากนั้นให้ท่านค่อยๆปล่อยลมหายใจออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหดเข้ามา

2.หายใจเข้าอีกครั้งเกร็งหน้าท้องอยู่ที่เดิม แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหดเข้าไปเพิ่มขึ้นจากเดิม

3.หายใจ เข้าอีกครั้งให้เกร็งหน้าท้องอยู่ที่เดิม แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งหน้าท้องให้หดเข้ามามากกว่าเดิม ทำซ้ำอีกหลายรอบ แต่ละรอบลองพยายามให้ท้องหดเข้ามาเกร็งเข้ามาๆ พร้อมกับยืดอกขึ้นตลอดเกร็งหน้าท้องให้หดเข้ามาให้มากที่สุด เราจะรู้สึกว่าสะดือของเราดันเข้ามาติดกับกระดูกสันหลังของคุณ แล้วหดเกร็งหน้าท้องให้สุดๆ

4.พอสุดแล้วให้ค้างไว้ ประมาณ 30 วินาที หรือ หนึ่งนาที เวลาเกรงค้างไว้ เราเรียกว่า 1 ครั้ง ทำซ้ำ 5 ครั้ง และทำได้ตลอดทั้งวัน (เวลาที่หน้าท้องหดและเกร็งสุดๆ แล้วเวลาค้างไว้นั้น ห้ามกลั้นหายใจนะครับ ให้หดเกร็งสุดๆ แล้วพยายามหายใจเข้าและออกด้วยครับ ข้อนี้สำคัญมาก)

ถ้าฝึกแบบนนี้เป็นประจำก็จะทำให้ กล้ามเนื้อ Transverse Abdominis รัดหน้าท้องของเราเข้าไป และต้องคาร์ดิโอควบคู่ไปด้วย จะได้ผลลัพท์ดีขึ้น ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับกับวิธี ลดหน้าท้อง ที่เราได้แนะนำไป จะได้ไม่มีพุงโย้ๆมากวนใจกันอีกต่อไป แล้วพบกับบทความการออกกำลังกายกันใหม่กับ Health เว็บของคนรักสุขภาพ